" ยินดีต้อนรับ เข้าสู่เว็บไซตwww.kme10.com ครูธีรวัช อุดคำมี เรียนรู้เกี่ยวกับ วิชาเคมี <<<>>> วิทยาศาสตร์ !!! "
<
<<< หน้าแรก >>> I ประวัติเจ้าสำนัก I ข้อสอบวิชาเคมี I ข้อสอบวิชาวิทยาศาสตรI เว็บบอร์ด I << ติดต่อจอมยุทธ>>

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 มุมระหว่างพันธะของโมเลกุลโคเวเลนต์


โดยทั่วไปขึ้นอยู่กับจำนวนอิเล็กตรอนคู่โดดเดี่ยวรออบอะตอมกลางเป็นเกณฑ์  นอกจากนั้นยังขึ้นอยู่กับรูปร่างโมเลกุล  จำนวนพันธะรอบอะตอมกลางในโมเลกุล  จำนวนอิเล็กตรอนคู่ร่วมพันธะ  และค่าอิเล็กโตรเนกาติวิตีของธาตุ

 



โมเลกุลของสารที่มีอิเล็กตรอนคู่โดดเดี่ยวรอบอะตอมกลาง  เรียงลำดับจำนวนพันธะรอบอะตอมกลางจากมากไปน้อย  คือ
SF6  >  CCl4   >  BCl3   >  BeCl2
เรียงลำดับมุมระหว่างพันธะจากน้อยไปมากคือ
SF6  <  CCl4   <  BCl3   <  BeCl2


มุมระหว่างพันธะในทุกโมเลกุล   กางเท่ากันคือ   109.5 0 
             
สรุป

มุมระหว่างพันธะพิจารณาที่ระยะห่างของอิเล็กตรอนคู่ร่วมพันธะเป็นเกณฑ์  กล่าวคือ  ถ้าอิเล็กตรอนคู่ร่วมพันธะอยู่ห่างอะตอมมากมุมแคบ  และอิเล็กตรอนคู่ร่วมพันธะอยู่ใกล้อะตอมกลางมุมกว้าง
มุมระหว่างพันธะเปลี่ยนแปลงตามค่า  EN ของอะตอมกลางของธาตุที่ต่างกัน  แต่ละอะตอมที่ล้อมรอบอะตอมกลางเหมือนกัน                มุมระหว่างพันธะเปลี่ยนกลับกับค่า  EN  ของอะตอมที่ล้อมรอบอะตอมกลางที่ต่างกัน  แต่อะตอมกลางเหมือนกันแรงแวนเดอวาลส์


แรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลของสารโควาเลนต์    จะประกอบด้วยแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลแบบต่าง ๆ ดังนี้

1.  แรงลอนดอน (Induced  dipole - induced  dipole  forces  หรือ  Lond  force)



2.  แรงดึงดูดระหว่างขั้ว  (Dipole -pole  forces)



3.  แรงดึงดูดระหว่างขั้วถาวรกับขั้วที่ถูกเหนี่ยวนำ (dipole - induced  dipole  forces)



 ลักษณะสำคัญของแรงลอนดอน

1.แรงลอนดอนเป็นแรงที่เกิดขึ้นช่วงสั้น ๆ และจะเกิดเฉพาะส่วนของโมเลกุลที่เข้าใกล้ชิดกันเท่านั้น  โดยเกิดขึ้นระหว่างพื้นผิวของโมเลกุลต่อโมเลกุล
2.แรงลอนดอนมีความแข็งแรงประมาณ   ถึง    ของความแรงของพันธะโควาเลนต์
3.สารโควาเลนต์ใดที่มีแต่แรงลอนดอนจะพบว่า  แรงลอนดอนจะมีผลต่อสมบัติกายภาพบางประการของสาร  เช่น  จุดเดือด 
จุดหลอมเหลว  กล่าวคือ สารโควาเลนต์ที่มีแรงลอนดอนมากจุดเดือด  และจุดหลอมเหลวสูงกว่าสารโควาเลนต์ที่มีแรงลอนดอนน้อย    
       

ปัจจัยที่มีผลต่อแรงลอนดอนของสารโควาเลนต์

1.  มวลโมเลกุล  แรงลอนดอน  จะเพิ่มตามมวลโมเลกุลของสาร
2.ขนาด  รูปร่าง  และพื้นที่ผิวของโมเลกุล  ในกรณีที่สารเหล่านั้นมีมวลโมเลกุลเท่ากันหรือใกล้เคียงกัน
แรงแวนเดอวาลส์เพิ่มตามขนาดและพื้นที่ผิวของโมเลกุลของสาร

แรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลของสารโควาเลนต์
1. สารโควาเลนต์ไม่มีขั้ว  แรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลเป็นแรงลอนดอนชนิดเดียว
2. สารโควาเลนต์มีขั้ว  แรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลนอกจากจะมีแรงดึงดูดระหว่างขั้วแล้วยังมีแรง  พันธะไฮโดรเจน     
       

พันธะไฮโดรเจน  (Hydrogen  bond)  คือ  แรงดึงดูดระหว่างโมเลกุลที่เกิดจากไฮโดรเจนอะตอมสร้างพันธะโควาเลนต์
กับอะตอมของธาตุ ที่มีค่าอิเล็กโตรเนกาติวิตีสูงและมีขนาดเล็ก  (เช่น  F , O  และ  N)    และอะตอมของธาตุที่มีค่าอิเล็กโตรเนกาติวิตีสูง
สร้างพันธะกับอะตอมไฮโดรเจนแล้วยังมีอิเล็กตรอนคู่โดดเดี่ยวเหลืออย่างน้อย  1 คู่  เมื่อโมเลกุลของสารเหล่านี้เข้าใกล้กัน
หันด้านไฮโดรเจนที่มีอำนาจไฟฟ้าบวกสูงเกิดแรงดึงดูดกับอิเล็กตรอนคู่โดดเดี่ยวและขั้วไฟฟ้าลบของอะตอม ที่มีค่าอิเล็กโตรเนกาติวิตีสูงของอีกโมเลกุล   



ลักษณะสำคัญของพันธะไฮโดรเจน            

1.   ต้องเป็นโมเลกุลที่พันธะมีขั้วแรง ๆ  และมีไฮโดรเจนสร้างพันธะกับอะตอมของธาตุที่มีค่าอิเล็กโตรเนกาติวิตีสูง  และมีขนาดเล็ก 
มีอิเล็กตรอนคู่โดดเดี่ยวเหลืออย่างน้อย   1  คู่  เช่น  F  ,  O  ,  N
2.  ระบบที่มีการเกิดพันธะไฮโดรเจนเป็นแบบคายพลังงาน  ความแข็งแรงของพันธะไฮโดรเจนของสารทั่วไป
แรงแวนเดอร์วาลส์  :  พันธะไฮโดรเจน  :    พันธะโควาเลนต์  =  1  :  10  :  100
3.  พันธะไฮโดรเจนที่เกิดกับธาตุ   F ,  O  , N  เป็นพันธะไฮโดรเจนที่แรง (Strong  hydrogen  bond)
4. พันธะไฮโดรเจนจะมีความแข็งแรงมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับค่าอิเล็กโตรเนกาติวิตีของธาตุที่มีขนาดอะตอมเล็กนั้น  กล่าวคือ  ธาตุที่มีค่าอิเล็กโตรเนกาติวิตีสูงเกิดพันธะกับไฮโดรเจนก็จะมีสภาพมีขั้วแรงได้พันธะไฮโดรเจนที่แข็งแรงกว่า  ธาตุที่มีค่า
อิเล็กโตรเนกาติวิตีต่ำกว่าสร้างพันธะกับไฮโดรเจน
5.   ความยาวพันธะไฮโดรเจนจะยาวกว่าความยาวพันธะโควาเลนต์ที่เกิดจากคู่อะตอมของธาตุคู่เดียวกัน  เช่น



6.  สารโควาเลนต์ที่เกิดพันธะไฮโดรเจนได้จะมีจุดเดือดจุดหลอมเหลวสูงกว่าสารโควาเลนต์ที่มีแต่แรงแวนเดอร์วาลส์เท่านั้น   
7.  พันธะไฮโดรเจนในน้ำแข็ง  น้ำแข็งมีโครงสร้างเป็นโครงผลึกร่างตาข่าย  โดยโมเลกุลของน้ำแต่ละโมเลกุลเกิดพันธะไฮโดรเจนได้ถึง
4  พันธะ  ในลักษณะทรงสี่หน้า  ทำให้โครงผลึกของน้ำแข็งเป็นโพรงและมีความหนาแน่นน้อยชนิดของพันธะไฮโดรเจน

               

1.  พันธะไฮโดรเจนระหว่างโมเลกุล (Intermolecular  hydrogen  bond) 
เป็นพันธะไฮโดรเจนที่เกิดจากแรงดึงดูดทางไฟฟ้าระหว่างโมเลกุลกับโมเลกุล   


2.  พันธะไฮโดรเจนภายในโมเลกุล (Intramolecular  hydrogen  bond)   เป็นพันธะไฮโดรเจนที่เกิดจากแรงดึงดูดทางไฟฟ้า
ภายในโมเลกุลที่มีขนาดใหญ่และยาว  เช่น   พันธะไฮโดรเจนในกรดมาลิอิก (maleic  acid)  สูตรเคมี  (HOOCH = CHOOH)


 ลักษณะสำคัญเกี่ยวกับการละลายของโมเลกุลโควาเลนต์

1.  โมเลกุลมีขั้ว  ละลายน้ำได้เพราะโมเลกุลมีขั้วสามารถสอดแทรกในน้ำแล้วเกิดแรงดึงดูดระหว่างโมเลกุลของน้ำกับขั้วของโมเลกุลมีขั้วนั้น
2.  โมเลกุลไม่มีขั้ว  ไม่ละลายน้ำ เพราะโมเลกุลไม่มีขั้วไม่เกิดแรงดึงดูดระหว่างขั้วของโมเลกุลของสารกับโมเลกุลของน้ำ  ทำให้ไม่มีการสอดแทรกกันระหว่างโมเลกุลของสารกับโมเลกุลของน้ำจึงไม่ละลายน้ำ
3.  ปรากฏการณ์ที่โมเลกุลมีขั้วที่เข้าล้อมรอบไอออน  เรียกว่า  Solvation  แต่ถ้าเป็นน้ำล้อมรอบไอออน   เรียกว่า   ไฮเดรชัน (Hydration)
4.  โมเลกุลมีขั้ว  จะละลายได้ในโมเลกุลมีขั้ว  เช่น  ก๊าซไฮโดรเจนคลอไรด์ละลายน้ำได้โมเลกุลไม่มีขั้ว  จะละลายได้ในโมเลกุลไม่มีขั้ว  เช่น  มีเทนละลายได้ใน  C6H6  หรือ  CCl4

 

ผู้ดูแลเว็บไซต์ : สำนักจอมยุทธ์ : Email : jomyuthan@hotmail.com